ออทิสติกสเปกตรัม ความผิดปกติของสมองที่ส่งผลต่อพัฒนาการ

ออทิสติกสเปกตรัม ความผิดปกติของสมองที่ส่งผลต่อพัฒนาการ

  • ภาวะออทิสติกสเปกตรัม ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่แน่ชัด จึงยังไม่สามารถตรวจทราบได้ล่วงหน้า แต่มีหลักฐานสนับสนุนว่าเกิดจากการทำงานของสมองที่ผิดปกติ และมีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม อาการที่สังเกตได้ว่าเด็กเข้าข่ายออทิสติก หรือออทิสติกสเปกตรัม ได้แก่ เด็กที่ไม่พูดเลย พูดช้า พูดคำแปลกๆ พูดเป็นคำหรือภาษาที่ไม่เข้าใจ ไม่สามารถสื่อสาร หรือสนทนาตอบโต้ได้ พูดแต่เรื่องที่ตนเองสนใจ ไม่ชวนคุย
  • ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาภาวะออทิสติกสเปกตรัม หรือโรคออทิซึมให้หายขาด แต่สามารถทำให้ดีขึ้นได้ หากเด็กได้รับการดูแล ช่วยเหลือ รักษาอย่างรวดเร็ว และได้รับการกระตุ้นพัฒนาการอย่างเหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อได้รับการวินิจฉัย

Autism Spectrum Disorder (ASD) หรือ ออทิสติกสเปกตรัม คืออะไร
ออทิสติกสเปกตรัม (Autism Spectrum Disorder) เป็นกลุ่มอาการที่มีความผิดปกติของสมองที่ส่งผลต่อพัฒนาการ ทำให้เด็กเกิดพัฒนาการที่ล่าช้า ในด้านการสื่อภาษา การปฏิสัมพันธ์ด้านสังคม รวมถึงเกิดพฤติกรรมและความสนใจ ที่เป็นแบบแผนซ้ำๆ หรือแบบแคบๆ มีขีดจำกัด ความบกพร่องทางการพูดและการสื่อสาร

สัญญาณและอาการออทิสติกสเปกตรัม

พบได้ตั้งแต่เด็กที่ไม่พูดเลย พูดช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน พูดคำแปลกๆ พูดเป็นคำหรือภาษาที่ไม่เข้าใจ (Neologism) หรือเด็กบางคนพูดได้ แต่ไม่สามารถพูดโดยใช้ภาษาในการสื่อสาร หรือสนทนาได้ เรียกว่าเป็นลักษณะการสื่อสารทางเดียว ดูได้จากการตอบไม่ตรงเรื่องที่สนทนา ชอบพูดแต่เรื่องที่ตนเองสนใจมากกว่า ไม่โต้ตอบ ไม่สนทนา ไม่ชวนคุย โดยความบกพร่องทางภาษานี้จะมีทั้งรูปแบบภาษาพูดและภาษาท่าทาง

  • ปฏิสัมพันธ์ทางด้านสังคม ในเด็กกลุ่มนี้ บางรายไม่สบตา ไม่หันตามเวลาเรียกชื่อ ไม่โผให้อุ้มเวลาผู้ใหญ่เข้าหา ไม่กลัวคนแปลกหน้า ไม่ชี้นิ้ว ใช้วิธีดึงมือผู้อื่นไปทำ ชอบเล่นคนเดียวมากกว่าเล่นกับเด็กด้วยกัน ไม่มีความสนใจร่วม ไม่ชวนเล่น ไม่เล่นสมมติ ไม่สามารถเข้าใจความรู้สึก หรือมุมมองของคนอื่น ชอบอยู่ในโลกของตัวเอง
  • ด้านพฤติกรรมซ้ำซาก ที่พบได้ในภาวะออทิสติกสเปกตรัม สามารถสังเกตได้จากหลายอาการ เช่น การเคลื่อนไหวร่างกายซ้ำๆ เขย่งเท้า สะบัดมือ พูดตามโดยไม่เข้าใจความหมาย (echolalia) พูดวลีซ้ำ นอกจากนี้ยังทำกิจวัตรซ้ำๆ เปลี่ยนแปลงยาก เช่น กินอาหารซ้ำ การเดินทางด้วยเส้นทางเดิม มีความหมกมุ่นยึดติดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากๆ เช่น สนใจเรื่องรถ ปลาวาฬ เป็นต้น

ข่าวเด็กวันนี้

อาการที่พบร่วมอีกอย่างหนึ่งคือ มีการตอบสนองประสาทสัมผัสมาก หรือน้อยผิดปกติ เช่น ตอบสนองผิดปกติต่อเสียง แสง ผิวสัมผัสบางอย่าง เด็กอาจเอามือปิดหู ไม่ชอบเสียงเครื่องจักร เครื่องตัดหญ้า บางรายหลับตา หรือบางรายจะให้ความสนใจต่อการเคลื่อนไหวบางอย่างมากผิดปกติ เช่น ชอบนั่งมองพัดลมหมุน

เนื่องจากกลุ่มอาการออทิสติกสเปกตรัมมีอาการแสดงที่หลากหลาย มีตั้งแต่อาการน้อยจนถึงมาก ความแตกต่างกันทั้งด้าน IQ ตั้งแต่ระดับสูงถึงต่ำ ลักษณะเหมือนกับเฉดสีของรุ้งกินน้ำ จึงมีแนวคิดการวินิจฉัยแบบ spectrum

ความแตกต่างของ ออทิสติกสเปกตรัม กับ ออทิสติกแท้และเทียม

ออทิสติกแท้ คือ กลุ่มที่เป็นโรค มีปัญหาด้านพัฒนาการตามที่อธิบายข้างต้น เป็นกลุ่มของความผิดปกติของสมอง ส่งผลต่อพัฒนาการ กลุ่มนี้ได้รับการวินิจฉัยเข้าเกณฑ์ได้กับออทิสติกสเปกตรัม สำหรับ ออทิสติกเทียม ปัจจุบันจะพบเด็กที่มีอาการคล้ายออทิสติก แต่ไม่ได้เป็นโรคจริง เด็กกลุ่มนี้อาจมีสาเหตุจากการขาดการดูแลอย่างเหมาะสม ขาดการกระตุ้นพัฒนาการ ขาดการเรียนรู้ การเล่นที่เหมาะสม หรือยุคปัจจุบันที่เด็กจะใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากเกินไป แยกตัว ไม่มีเพื่อนเล่น เพราะภาวะโรคระบาด จนทำให้ดูไม่ค่อยสนใจคนอื่น ทักษะทางสังคมไม่ค่อยดี เด็กกลุ่มนี้เมื่อได้รับการส่งเสริมพัฒนาการอย่างเหมาะสม อาการที่สงสัยดูคล้ายภาวะออทิสติกจะหายไป

วิธีสังเกตอาการออทิสติกสเปกตรัม

ส่วนใหญ่จะเริ่มสังเกตว่าเด็กมีอาการผิดปกติหรือไม่ ได้จากการแสดงออกของเด็กอายุก่อน 3 ขวบ

โดยเริ่มจากการสังเกตในขวบปีแรก เด็กไม่ค่อยมองหน้า สบตา ไม่ส่งเสียงอ้อแอ้ ไม่มี social smile ไม่หันหาเสียง ไม่จ้องหน้าคนเลี้ยงดู พออายุ 1 ขวบปี ให้สังเกตพัฒนาการด้านภาษา โดยสังเกตจากที่ปกติเด็กจะเริ่มพูดคำพูดที่มีความหมายได้ ตัวอย่างที่น่าสงสัย หรือเข้าข่าย เช่น เด็กอายุ 1 ขวบ 6 เดือน แต่ยังพูดคำเดี่ยวๆ ไม่ได้ ยังไม่เล่นสมมติ

เมื่อเด็กเข้าสู่ช่วง 2-3 ขวบ เด็กออทิสติกจะพบประวัติว่าพูดช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน อาจดูได้จากประวัติว่าเด็กพูดได้เป็นคำๆ แล้วหยุดไป พูดคำที่มีความหมายไม่ได้ ส่วนด้านสังคมเด็กมักจะไม่สนใจเล่นกับคนอื่น ชอบเล่นกับตัวเองมากกว่า ไม่สนใจเวลาชี้ชวนให้ดู ยังเล่นของเล่นไม่ถูก ชอบเอาของมาเรียงๆ ไม่ค่อยกังวลเมื่อแยกจากแม่ ไม่กลัวคนแปลกหน้า สบตาน้อย หรือไม่สบตา เวลาเรียกชื่อไม่ตอบสนอง บางรายมีการเคลื่อนไหวซ้ำ เช่น เล่นมือ หมุนตัว ชอบมองของหมุนๆ ไวกับเสียง แสง สัมผัส (จึงทำให้มีการเขย่งเท้า)

สำหรับเด็กในวัยอนุบาล วัยเรียน จะสามารถสังเกตได้จากการเล่น ซึ่งสังเกตได้ตั้งแต่เด็กไม่สนใจ ไม่เข้าหาเพื่อน เล่นหรือเริ่มต้นที่จะเล่นไม่เป็น ทั้งที่มีความอยากเล่นกับเพื่อน ด้านการสื่อสารเด็กบางรายพูดได้มากขึ้น แต่ดูยังช้ากว่าวัยเดียวกัน พูดเรียบเรียงสลับ ไม่เป็นไปตามลำดับ และบางรายใช้สรรพนามผิด พูดสื่อสารทางเดียว ตอบไม่ตรงคำถาม สนทนาแต่เรื่องที่ตนเองสนใจ

การรักษาภาวะออทิสติกสเปกตรัม

การรักษาเป็นการรักษาแบบองค์รวม โดยช่วงเวลาของการรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือ ช่วง 3 ขวบปีแรก โดยการรักษาในช่วงนี้มีเป้าหมายคือ ทำให้เด็กมีพัฒนาการด้านการสื่อสารสังคมดีขึ้น ลดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ พยายามพัฒนาศักยภาพเด็กให้ได้มากที่สุด พร้อมไปกับการรักษาโรคร่วมที่เป็นอยู่ เช่น สมาธิสั้น สติปัญญาบกพร่อง หรืออารมณ์ก้าวร้าวรุนแรงซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากการสื่อสารที่มีปัญหา

การรักษาภาวะออทิสติกสเปกตรัม ยังไม่มียารักษาโดยเฉพาะ เป็นการให้ยาตามอาการ และเพื่อลดปัญหาพฤติกรรม อาการไม่พึงประสงค์ การตอบสนองต่อยาในเด็กแต่ละคนจะมีความแตกต่างกัน

การบำบัดรักษาเด็กกลุ่มออทิสติกสเปกตรัม

  • การฝึกพูด ฝึกเพื่อให้เด็กสามารถเรียนรู้การสื่อสารได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาคำศัพท์ เปล่งเสียง การสร้างประโยค ฝึกการสื่อสารทางสังคม
  • กิจกรรมบำบัด Occupational therapy เป็นการฝึกโดยนักกิจกรรมบำบัด เพื่อให้เด็กได้ฝึกและเรียนรู้กิจกรรมต่างๆ
  • พฤติกรรมบำบัด Behavior Therapy เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างจิตแพทย์เด็ก แพทย์พัฒนาการ และนักกิจกรรมบำบัด นักจิตวิทยาพัฒนาการ เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุการเกิดปัญหาพฤติกรรม ร่วมกันเน้นการสร้างและเสริมพฤติกรรมที่ดี ลดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์
  • Group Training and parent training เป็นการฝึกร่วมกันระหว่างพ่อแม่ผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการ เน้นเรื่องทักษะสังคม พัฒนาด้านการช่วยเหลือตัวเอง มีกิจกรรมผ่านการเล่น สร้างสัมพันธภาพ โดยอาจใช้ศิลปะและดนตรีบำบัดเข้ามาร่วมด้วย โดยในส่วนของผู้ปกครองจะเน้นทักษะการแก้ปัญหา ช่วยส่งเสริมการกระตุ้นพัฒนาการลูก รวมถึงดูแลจิตใจพ่อแม่ เสริมพลังพ่อแม่ และครอบครัวบำบัด
  • การช่วยเหลือทางด้านการศึกษา สร้างแบบเรียนร่วม หรือ special class กล่าวคือควรมีการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับความสามารถของเด็กแต่ละคน
  • การส่งเสริมพัฒนาการเดี่ยว Individual training
  • ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาออทิสติกสเปกตรัม หรือโรคออทิซึมให้หายขาดได้ แต่สามารถทำให้ดีขึ้นได้ หากเด็กได้รับการดูแล ช่วยเหลือ รักษาอย่างรวดเร็ว และได้รับการกระตุ้นพัฒนาการอย่างเหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อได้รับการวินิจฉัย

ดังนั้นถ้าสงสัยว่าลูกมีความผิดปกติต้องรีบพามาพบกุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรม เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และเด็กได้รับการบำบัดรักษาครบถ้วน เหมาะสม โดยทีมสหวิชาชีพ เพื่อเป้าหมายสำคัญในการรักษา อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือการสร้างให้เกิดพัฒนาการและพฤติกรรมที่ใกล้เคียงเด็กปกติให้มากที่สุด โดยพ่อแม่จะเป็นผู้ร่วมบำบัดที่สำคัญ.